หลายคนเลือกที่จะซื้อรองเท้าแฟชั่นเพราะความน่ารัก แสนกิ๊บเก๋ แต่สุดท้ายต้องมาจบลงที่พลาสเตอร์ชิ้นเล็กๆ ติดอยู่ตามนิ้วเท้า และรองเท้าที่เก็บอยู่ในกล่องนับเป็นบทเรียนราคาแพงทีเดียว ฉะนั้น
- ยืดระยะเวลาตัดสินใจอีกนิด เมื่อเจอรองเท้าแฟชั่นแบบเก๋แต่ไม่แน่ใจว่าราคาที่ต้องจ่ายจะคุ้มกับโอกาสใช้งานหรือไม่ ตัดสินใจกลับบ้านมือเปล่าก่อน ถ้าพรุ่งนี้เช้าตื่นขึ้นมาพร้อมกับความคิดถึงรองเท้าคู่เดิมเป็นอย่างแรก ค่อยรีบไปซื้อมา
- เบอร์นี้ไม่ใช่คุณเสมอไป สำหรับรองเท้าแฟชั่นบางยี่ห้อ เบอร์ 5 คือขนาดของเท้าคุณ แต่สำหรับยี่ห้ออื่นอาจจะเป็น เบอร์ 7 ก็ได้ อย่าเกรงใจที่จะขอลองรองเท้า แม้จะเป็นขนาดใหญ่หรือเล็กลงกว่าเบอร์ปกติเพียงเล็กน้อย เพราะมาตรฐานการวัดและตัดเย็บของแต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน ควรเลือกคู่ที่คุณรู้สึกว่าสวมใส่สบายและกระชับเท้าที่สุด
- มองจากกระจกบานเต็มเสมอ เป็นทางเดียวที่คุณจะรู้ว่ารองเท้าแฟชั่นคู่นั้น ใส่แล้วดูเก๋อย่างที่พนักงานขายบอกหรือไม่ การเลือกส่องกระจกบานใหญ่ที่จะทำให้คุณเห็นว่ารองเท้านั้นเหมาะกับบุคลิก รูปร่างและ การแต่งกายของคุณหรือไม่
- รองเท้าดีต้องทดลองเดิน เมื่อเลือกรองเท้าแฟชั่นคู่ที่ถูกใจได้แล้ว ลองเดินกลับไปมาซัก สอง สามรอบ ไม่ใช่สองสามก้าว เพราะรองเท้าบางคู่ใส่นิ่งๆ ก็พอดีแต่พอก้าวเดินแล้วลื่นหลุดก็มี
- ลองขยับเท้าสร้างความมั่นใจ หลังจากที่ลองเดินไป มาแล้ว ลองขยับนิ้วเท้าของคุณ เช็คดูว่าหัวรองเท้าบีบนิ้วเท้าทั้งห้าของคุณหรือเปล่า ถ้าลองขยับนิ้วแล้วรู้สึกตึงๆ ล่ะก็ เชื่อได้ว่าเดี๋ยวคุณต้องซื้อ พลาสเตอร์เป็นของแถมแน่นอน
- ทำการบ้านเยอะๆ ก่อนเลือกซื้อ วิธีเลือกรองเท้าแฟชั่นแต่ละประเภทมีเทคนิคแตกต่างกันไป เช่นถ้าเป็นรองเท้าแบบสวมให้เลือกรองเท้าขนาดใหญ่กว่าปกติประมาณครึ่งเบอร์ หรือถ้าเป็นรองเท้าที่ต้องสวมถุงเท้า เช่น รองเท้าผ้าใบหรือบู๊ทบางแบบ เวลาลองควรสวมถุงเท้าด้วย
- ก่อนซื้อรองเท้าแฟชั่น ลองวัดขนาดของเท้าทั้งสองข้าง เลือกเบอร์รองเท้าตามเท้าข้างที่ใหญ่เป็นหลัก
- เลือกซื้อรองเท้าตอนบ่ายดีกว่าตอนเช้า เพราะขนาดของเท้าจะขยายมากที่สุดในตอนบ่าย
